Buriram Travel

ประวัติของจังหวัดบุรีรัมย์

เรียนรู้ได้ที่นี้ที่เดียว

เมืองบุรีรัมย์ มีลักษณะค่อนข้างแตกต่างจากเมืองโบราณทั่วไปของไทย เนื่องจากตัวเมืองบุรีรัมย์ปัจจุบันมิได้เป็นเมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์รวมของเมืองน้อยต่าง ๆ เช่นกรณี เมืองอุบลราชธานี หรือเมืองนครราชสีมา แต่เป็นการรวมตัวของเมืองเล็กๆ ที่มีลักษณะเท่าเทียมกันหลายเมืองผนวกเขาเป็นเมืองเดียวกัน แล้วพัฒนาเป็นจังหวัดบุรีรัมย์ดังทุกวันนี้ โดยสืบทอดมาจากความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นดินแดนอันเป็นที่ตั้งจังหวัดบุรีรัมย์มีเมืองและชุมชนโบราณอยู่เป็นจำนวนมาก ดังปรากฏร่องรอยของคันดิน และคูเมืองเกินกว่า 140 แห่ง ลักษณะของเมืองเหล่านั้นเป็นรูปทรงกลมเกือบทั้งสิ้นมีคูน้ำคันดินล้อมรอบถึง 3 ชั้น พร้อมกับพบหลักฐานพระพุทธรูปสมัยทวารวดี เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือเครื่องใช้ นอกจากนี้หลักฐานทางด้านสถาปัตยกรรม อาทิ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ รวมถึงศิลาจารึกซึ่งพบที่พนมรุ้ง

พื้นที่ตั้งของบุรีรัมย์เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรที่รุ่งเรืองมาแต่ครั้งสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12-16) เชื่อมต่อจนถึงสมัยลพบุรี (พุทธศตวรรษที่ 12-18) มีกษัตริย์ที่มีอำนาจปกครองเป็นอิสระ มีประชาชนอยู่กันค่อนข้างหนาแน่น จนสามารถเกณฑ์แรงงานสร้างศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ได้ ต่อมาเมืองต่างๆดังกล่าวคงเริ่มเสื่อมอำนาจลง และแตกแยกด้วยเหตุจากภัยธรรมชาติหรือสงคราม จึงได้ร้างไป ประชาชนจำนวนหนึ่ง ที่รอดพ้นจากภัยได้กระจายตัวหลบตามป่าชายแดนตั้งเป็นชุมชนเล็กๆ เรียกว่าเขมรป่าแดง

สมัยที่ขอมมีอำนาจมากได้เขามาปกครองดินแดนแถบนี้เป็นเวลานาน และใช้เป็นต้นทางติดต่อระหว่างทาง พุทไธสมันกับหัวเมืองขึ้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่ เมืองพิมายและ สกลนคร โดยผ่านช่องเสม็ดและช่องอื่นๆ มีหลัดฐานจากรูปถนนโบราณจากข้างบ้านละลม พะเนา ที่ตำบลจันดุม อำเภอประโคนชัย ตรงไปทางบุรีรัมย์ผ่านเมืองโบราณหลายเมือง ขึ้นไปพุทไธสงและต่อจากนั้นมีศิลาปักเป็นระยะไปสกลนครทางด้านอำเภอพิมาย ยังมีหลักศิลาปักเป็นตอน ๆ มีซากเมืองโบราณเป็นระยะ ๆ ไปยังพิมายและพนมรุ้ง หลังจากขอมหมดอำนาจแล้ว ไทยจึงได้แผ่อาณาเขตเข้าครอบครองดินแดนแถบนี้

Arts and culture

ศิลปะ-วัฒนธรรม-ประเพณี จังหวัดบุรีรัมย์

ประเพณีแข่งเรือยาวจังหวัดบุรีรัมย์

ชาวเรือบุรีรัมย์และจากจังหวัดต่าง ๆ   มาร่วมชุมนุมประลองฝีพายที่สนามแข่งเรือหน้าที่ว่าการอำเภอสตึก ในแต่ละปีมีจำนวนเรือเข้าแข่งไม่น้อยกว่า 40-50 ลำ มีขบวนเรือตกแต่งแฟนซีงดงาม เป็นงานประเพณีประจำปี กำหนดจัดในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

ประเพณีแข่งเรือยาวจังหวัดบุรีรัมย์

ชาวเรือบุรีรัมย์และจากจังหวัดต่าง ๆ   มาร่วมชุมนุมประลองฝีพายที่สนามแข่งเรือหน้าที่ว่าการอำเภอสตึก ในแต่ละปีมีจำนวนเรือเข้าแข่งไม่น้อยกว่า 40-50 ลำ มีขบวนเรือตกแต่งแฟนซีงดงาม เป็นงานประเพณีประจำปี กำหนดจัดในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

ประเพณีแข่งเรือยาวจังหวัดบุรีรัมย์

ชาวเรือบุรีรัมย์และจากจังหวัดต่าง ๆ   มาร่วมชุมนุมประลองฝีพายที่สนามแข่งเรือหน้าที่ว่าการอำเภอสตึก ในแต่ละปีมีจำนวนเรือเข้าแข่งไม่น้อยกว่า 40-50 ลำ มีขบวนเรือตกแต่งแฟนซีงดงาม เป็นงานประเพณีประจำปี กำหนดจัดในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

งานนมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง

ที่เขากระโดง อำเภอเมือง ประชาชนจะไปนมัสการรอบพระพุทธบาทจำลอง และพระสุภัทรบพิตร จัดงานในวันเพ็ญเดือน 3

งานเครื่องเคลือบพันปี

จัดขึ้นที่อำเภอบ้านกรวด เพื่อเป็นการอนุรักษ์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ที่อำเภอบ้านกรวด

Landmark

BURIRAM UNITED


ชื่อ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด  ฉายา ปราสาทสายฟ้า ( The Thunder Castles  )ย่อหน้า

ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.25413         ประธานสโมสร เนวิด ชิดชอบ         สนาม ไอ-โมบาย สเตเดียม ประวัติสโมสรสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เดิมชื่อ สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ พีอีเอ เป็นสโมสรที่เปลี่ยน แปลงมาจากสโมสรฟุตบอลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2513 โดยดร.วีระ ปิตรชาติ มี เป้าหมายเพื่อให้พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ออกกำลังกายและสร้างความสามัคคีร่วมกันในหมู่ คณะต่อมาในปี พ.ศ. 2535 สโมสรได้เข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในฟุตบอลชิงถ้วย พระราชทาน ประเภท ง. โดยลงเล่น 3 ฤดูกาลก็ได้เลื่อนขึ้นไปเล่นในถ้วย ค. และลงเล่นอยู่ 2 ฤดูกาลก็ ได้เลื่อนขึ้นไปเล่นถ้วย ข. และอีก 2 ฤดูกาลสโมสรก็สามารถเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในดิวิชั่น 1ได้สำเร็จหลัง จากลงเล่นในดิวิชั่น 1อยู่นานสโมสรก็ได้เลื่อนขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้สำเร็จเป็นครั้งแรก เมื่อได้รอง แชมป์ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2547 และได้เล่นในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2548 โดยฤดู กาลแรกในลีกสูงสุดสโมสรสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จากความต้องการของนายเนวิน ชิดชอบ นักการเมืองของจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการเจรจาในเบื้องต้นกับสโมสรฟุตบอลทีโอทีและสโมสรฟุตบอล ทหารบกแต่ตกลงกันไม่ได้ ในที่สุดจึงได้มีการซื้อขายหุ้นของสโมสรฟุตบอลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งมี ผลงานสิ้นสุดฤดูกาลในอันดับที่ 9 ทางสโมสรได้ตกลงที่จะย้ายสนามแข่งจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากนั้นทางสโมสรได้เปลี่ยนแปลงชื่อทีมเป็นบุรีรัมย์-พีอีเอ พร้อมกับการ เปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารทั้งหมดและทีมผู้ฝึกสอนบางส่วน



สนาม

ไอโมบายสเตเดียมดูบทความหลักที่: นิวไอโมบายสเตเดียมไอ-โมบาย สเตเดียมไอ-โมบาย สเตเดียมThunder castle Stadium.jpgที่ตั้ง     อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทยเปิด   11 มิถุนายน พ.ศ. 2554    ความจุ     32,600 ที่นั่ง ใช้จัดงานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดไอ-โมบาย สเตเดียม หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ธันเดอร์ คาสเซิล สเตเดียม (อังกฤษ: New i-Mobile Stadium, Thunder castle Stadium, Buriram Stadium)  เป็นสนามกีฬาที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งอยู่ที่ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ สนามแห่งนี้มีความจุ 24,000 ที่นั่ง โครงสร้างประกอบ ด้วยเหล็กและไฟเบอร์ ซึ่งสร้างด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท โดยเป็นเงินสนับสนุนของไอ-โมบาย และบางส่วนของนายเนวิน ชิดชอบ และจัดเป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานแห่งแรกและแห่งเดียวใน ประเทศไทยที่ไม่มีลู่วิ่งคั่นสนามและผ่านมาตรฐานฟีฟ่า, เอเอฟซี และเอเอฟเอฟ และยังผ่านมาตรฐาน ระดับเอคลาสสเตเดียมจากเอเอฟซี และยังผ่านมาตรฐานระดับเวิลด์คลาสจากฟีฟ่า และยังได้บันทึกลง กินเนสบุค ว่าเป็นสนามฟุตบอลในระดับฟีฟ่า แห่งเดียวในโลกที่ใช้เวลาก่อสร้างน้อยที่สุดในโลกคือ 256 วัน        

ผู้สนับสนุน

สปอนเซอร์Thai Beverage Public Company Limited (“ThaiBev”)

King PowerCoca-ColaCPบริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน)

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัดบริษัท 

เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด

Hello Bangkokบริษัท ยูโรเปี้ยนฟู้ด จำกัด (มหาชน)

โรงแรมอมารีซีทีเอช3kbatteryFORDBento

เกียรติประวัติ


แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 4 สมัย  รองเเชมป์ 2 สมัย  

ThaiFaCup แชมป์ 3 สมัย รองเเชมป์ 1 สมัย

Important places – Tourist spots

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง


ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นศาสนสถาน


ในพุทธศาสนาในช่วงนั้น ประกอบด้วยอาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายขึ้นไปจากลาดเขาทางขึ้นจนถึงปรางค์ประธานบนยอดอันเปรียบเสมือนวิมานที่ประทับของพระศิวะ บันไดทางขึ้นช่วงแรกทำเป็นตระพัง (สระน้ำ) สามชั้นผ่านขึ้นมาสู่พลับพลาชั้นแรก จากนั้นเป็นทางเดินซึ่งมีเสานางเรียงปักอยู่ที่ขอบทางทั้งสองข้างเป็นระยะๆ ถนนทางเดินนี้ ทอดไปสู่สะพานนาคราช ซึ่งเปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างดินแดนแห่งมนุษย์และสรวงสวรรค์ ด้านข้างของทางเดินทางทิศเหนือมีพลับพลาสร้างด้วยศิลาแลง 1 หลัง เรียกกันว่า โรงช้างเผือก สุดสะพานนาคราชเป็นบันไดทางขึ้นสู่ปราสาท ซึ่งทำเป็นชานพักเป็นระยะๆ รวม 5 ชั้น สุดบันไดเป็นชานชลาโล่งกว้าง ซึ่งมีทางนำไปสู่สะพานนาคราชหน้าประตูกลางของระเบียงคด อันเป็นเส้นทางหลักที่จะผ่านเข้าสู่ลานชั้นในของปราสาท และจากประตูนี้ยังมีสะพานนาคราชรับอยู่อีกช่วงหนึ่งก่อนถึงปรางค์ประธาน

เขื่อนลำนางรอง
เป็นพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงตามพระราชดำริ เขื่อนลำนางรองเป็นเขื่อนดิน ได้รับการปรับปรุงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน
เป็นจุดที่เหมาะแก่การดูนกน้ำ โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เมษายน มีสำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าฯ อยู่ด้านซ้ายมือริมถนน

ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15

โดยในวันที่ 3-5 เมษายน และ 8-10 กันยายน ของทุกปี ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดช่องประตูทั้ง 15 บาน ชาวบ้านจะเดินเท้าขึ้นมาเพื่อชมความอลังการที่ผสานระหว่างธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างของบรรพชน นอกจากนี้ในวันที่ 6-8 มีนาคม และ 6-8 ตุลาคม ของทุกปี ดวงอาทิตย์ก็ตก ส่องแสงลอดช่องประตูทั้ง 15 บาน เช่นกัน

    ความมหัศจรรย์ พระอาทิตย์ส่องตรง 15 ประตู ปราสาทพนมรุ้ง

พลังศักดิ์สิทธิ์แสงแรกพระอาทิตย์ขึ้นสาดส่องตรง 15 ช่องประตู ระหว่างวันที่ 3 ถึง 5 เมษายน 2558 ณ ปราสาทพนมรุ้ง อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

ปราสาทหินเก่าแก่ศิลปะขอมโบราณผ่านกาลเวลามาร่วมพันปี จากการรังสรรค์ด้วยภูมิปัญญาอันแยบยลของคนโบราณ ถ่ายทอดความเชื่อและความศรัทธาในศาสนาฮินดูไศวนิกาย ที่วิจิตรงดงามผ่านลายสลักบนหินนับร้อยนับพันก้อน ก่อร่างสร้างจนเกิดเป็นความยิ่งใหญ่แห่งเทวสถาน บนยอดภูเขาไฟสูงที่ดับสนิทแล้วหนึ่งในหกลูกสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์

วันแห่งพลังดวงอาทิตย์พิศวงที่ ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ (ททท.)

ในหนึ่งปีจะมีเพียง 4 วัน เท่านั้นที่ “ปราสาทหินพนมรุ้ง” ภายในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ จะมีตะวันขึ้นหรือตก ตรงลอดช่องประตูทั้ง 15 ช่อง ได้ตรงอย่างน่าพิศวง ปรากฏการณ์แบบนี้ชีวิตหนึ่งต้องไปดู

ภูมิปัญญาของคนโบราณนั้นน่าทึ่ง นอกจากสถาปัตยกรรมของ ปราสาทหินพนมรุ้ง อันยิ่งใหญ่และงดงามแล้ว ใครเลยจะรู้ว่า มีวันเวลาที่เขาคำนวณได้อย่างน่าพิศวง ตรงที่ในฤดูกาลต่างกัน เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นจะส่องแสงลอดช่องตรงกรอบประตู ทั้ง 15 บาน ที่เรียงกันได้อย่างเหลือเชื่อ ในเดือนเมษายนและกันยายน และจะเห็นมหัศจรรย์พระอาทิตย์ตกลอดช่องกรอบประตู ในเดือนมีนาคมและเดือนตุลาคม

โดยในปีนี้ ดวงอาทิตย์ขึ้นส่องแสงลอดตรงประตูทั้ง 15 ช่อง ในวันที่ 8-10 กันยายน และในวันที่ 6-8 ตุลาคม ดวงอาทิตย์ก็ตกส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 ช่อง อีกเช่นกัน

ทั้งนี้ มีความเชื่อกันว่า ปรากฏการณ์นี้เป็นปรากฏการณ์อันศักดิ์สิทธิ์ การรับแสงอาทิตย์ที่สอดส่องผ่านศิวลึงค์ ซึ่งตั้งอยู่กลางปราสาทเขาพนมรุ้ง เป็นการเสริมพลังชีวิต และความเป็นสิ่งมงคลกับตนเองและครอบครัวของผู้ที่พบเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น